หน้าเว็บ

เป้าหมายหลัก

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

เดินป่า เดินออก "จากความคิด"




เรียนรู้อย่างมีความหมายกับกลุ่ม Colective trainer

...เราตื่นกันตั้งแต่เช้า บรรยากาศท้องฟ้ายังมืดที่อีกไม่กี่อึดใจก็จะมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ส่องออกมาเพื่อให้แสงสว่างกับสรรพสิ่ง เราค่อยๆทยอยกันมารวมกลุ่มที่บริเวณก้อนหินที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนนอกกะลา ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านเข้ามาก็อยากจะเก็บภาพตนเองและกลุ่มคณะเพื่อบอกตำแหน่งเผยแพร่ให้สาธาณะชนได้เห็น มีข้อความประโยคหนึ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่เมื่ออ่านก็ทำให้คิด "คิดอะไรหล่ะ..!" ต้องมีแน่แหล่ะครับ.

เราเริ่มเดินทางไปยังป่าโคกหีบซ่งมีแสงสว่างพอมองเห็นทาง แต่บริเวณหน้าโรงเรียนตามแนวถนนยังมีไฟตามแนวถนนและมีรถวิ่งผ่านไปมา
"ระวังรถด้วยนะครับ"   ผมบอกตัวเองในใจ


เดินทางผ่านทุ่งนาที่มีสีเขียว เห็นน้ำริมคันนาทำให้นึกถึงตอนประถมปลาย ที่บรรยากาศคล้ายๆตอนนนี้
"คือตั้งเล่าไปถึงเมื่อตอนเย็น"...ใช่แล้ว   ช่วงเย็นเราในกลุ่มสี่ถึงห้าคน ไปหาขุดไส้เดือน ซึ่งจะต้องใช่สัญชาตญาณที่มีว่าบริเวณไหนที่พอจะให้เราได้ขุด  อุปกรณ์ที่เรานำมาใส่นั้นนั้นใช้วัสดุที่เหลือใช้แล้วคือขวดน้ำอัดลมตัดออกครึ่งหนึ่งแล้วเจาะเพื่อใส่เชือกผูกคล้องกับเอวของตนเอง ผมมีคันเบ็ดประมาณ ห้าสิบคัน (ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับเด็กชายตัวเล็กๆ)  เรานำไปปักข้างๆคันนา ห่างกันประมาณทีละห้าเมตรอยู่ที่บริเวณนั้นด้วย เพื่อนแต่ละคนอยู่ไม่ห่างกันมากหรอกครับ เพราะว่า ณ เพลานั้น ! เวลานั้นจะเงียบ  เมื่อความเงียบเข้ามาความกลัวก็จะบังเกิด เมื่อรุ้สึกเงียบผมจะทำเป็นตะโกนเรียกคนนั้นที คนนี้ที "ผมคิดว่าเพื่อนๆก็คงอยากจะคุยอะไรกับผมบ้างเช่นกัน"
     ประมาณสองทุ่มเราก็พากันสะพายหม้อแบตเตอรี่ส่องกบซึ่งต้องชาร์ทไว้ทั้งวัน เพื่อเติมพลังให้มีไฟใช้ได้นานๆ ระหว่างเดินต้องระวังนิดหนึ่งเพราะว่าหม้อแบตเป็นแบบเติมน้ำกรด หลายคนเคยโดนจนต้องทิ้งเสื้อผ้าที่ใส่ "แต่ผมไม่รู้สึกกลัวหรอก  เพราะไม่ได้คิดอะไรนอกจากคันเบ็ดจะติดปลาสักตัวสองตัวกลับบ้านเพื่อให้แม่ต้มปลาแสนอร่อยให้เรากินเป้นกับข้าวก่อนไปโรงเรียนตอนเช้า แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใส่เบ็ดในช่วงวันหยุดมากกว่า"  แล้วตอนเช้าเราก็ไปเก็บเบ็ดที่ใส่ไว้กลับบ้านพร้อมกับปลาตัวเล็กตัวใหญ่ แต่ความรู้สึกตอนนั้นแค่มีปลาติดมาสักตัวก็ดีใจอารมณ์ดีได้ทั้งวันแหล่ะครับ


...ในช่วงที่เดินป่าได้อยู่กับธรรมชาติ ต้นไม้เขียวขจี ส่วนใหญ่เคยเห็นในป่าแถวบ้านเรา ระหว่างทางมีส่วนมันของชาวบ้านที่ปลูกไม้กำลังเจริญเติมโตตามกาลเวลาของมัน เส้นทางในป่ามีหลายแยกมาก หากเดินมาคนเดียวหรือไม่รู้จักทางคงหลงทางอยู่ในนั้นแน่ๆเลย  ระหว่างเดินนั้นหลายคนก็รู้สึกดีในการชมธรรมชาติ ส่วนคุณครูแม่ๆของเราของตามประสาของท่าน  ปวดขาบ้าง หมดแรงบ้าง แต่ทุกคนก็ยังอารมณ์ดีพูดหยอกล้อกันไป  ส่วนผมเหรอ...จริงจังกับการถ่ายภาพ สนุกกับการกดบันทึกภาพทั้งธรรมชาติตรงนั้นและกลุ่มคุณครูที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน และสิ้นสุดตรงบริเวณที่มีลักษณะที่เป็นเหมือนปราสาทในสมัยก่อน และคงเป็นที่เก็บหีบที่เป็นที่มาของป่าแห่งนี้ รู้สึกมีมนต์ขลังบางอย่างตรงนั้น ระหว่างเดินทางกลับโรงเรียนคุณครูแม่ดวงและกลุ่มคุณครูที่เดินมาทีหลังของเราสนุกกับการเก็บเห็ดถือมาคนละนิดคนละหน่อย ถ้าเป็นผมก็คงดูไม่ออกว่าเห็ดกินได้หรือเปล่า

: ประสบการณ์นี้สนุกสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมีเรื่องเล่าคุยสนุกสนานทั้งระหว่างเดินทางและหลังจากที่กลับมาก็สนุกกับการเล่าให้เพื่อนๆที่ไม่ได้ไปฟัง โดยเฉพาะผมเองก็เช่นกัน